web analytics

ผลบอล เชลซี แมนซิตี้ คืนวันที่ 12 ธันวาคม

chelsea-mancity

ผลบอล เชลซี แมนซิตี้ คืนวันที่ 12 ธันวาคม และแล้วสิงห์บลู อย่างเชลซี กลายเป็นทีมแรกที่ยัดเยียดความปราชัยให้กับทีม “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ต้องน้ำตาตกลงได้ หลังเปิดรังยิงแซงชนะไปอย่างสนุก 2-1 ในศีกพรีเมียร์ ลีก นัดมันเดย์ไนท์ เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2554
       
ฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก อังกฤษ วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม 2554       
เชลซี 2 – แมนฯ ซิตี้ 1       
สนาม : สแตมฟอร์ด บริดจ์

        
เกมคู่บิ๊กแมตช์ของสองทีมลุ้นแชมป์ที่มาเตะกันในคืนวันจันทร์ เกมนี้อันเดร วิลลาช-โบอาช ผู้จัดการทีมชาวโปรตุกีส ชวดใช้งาน ดาวิด ลุยซ์ เซนเตอร์แบ็กบราซิเลียนที่ติดโทษแบน แต่ได้ โชเซ่ โบซิงวา แบ็กขวาโปรตุกีสหายเจ็บกลับมาลงยืนแบ็กขวา และ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช เข้ายืนเซนเตอร์คู่ จอห์น เทอร์รี่ กัปตันทีม
        
แดนกลางกับแนวรุกยังเป็นชุดเดิมจากเกมเปิดบ้านถล่ม บาเลนเซีย ทั้งหมด คือ โอริโอล โรเมว, รามิเรส และ ราอูล เมยเรเลส คอยคุมเกมรุกรับ แนวรุกจัด แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ และ ฆวน มานูเอล มาต้า ยืนขนาบข้าง ดิดิเยร์ ดร็อกบา  
        
ด้าน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ได้ ปาโบล ซาบาเลต้า ฟิตกลับมายืนแบ็กขวา แดนกลางส่ง เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาคุมเกมแดนกลางร่วมกับ ยาย่า ตูเร่  และ แกเร็ธ แบร์รี่, สามแนวรุกปรับมาใช้ มาริโอ บาโลเตลลี่ ยืนหน้าเป้าแทน เอดิน เชโก้ โดยมี ดาบิด ซิลบา กับ เซร์คิโอ อเกวโร่ คอยสนับสนุน
        
เขี่ยบอลมาเพียงแค่ 2 นาทีแฟนบอลเจ้าบ้านต้องเงียบกริบกันทั้งสนาม เมื่อถูก เรือใบสีฟ้า บุกออกนำ 1-0 จากความสุดยอดของ เซร์คิโอ อเกวโร่ พลิกบอลหนีและเลี้ยงดึงตัวประกบเจ้าบ้านบ้านมาสามคน ก่อนแทงหลุดทะลุกับดักล้ำหน้าให้ มาริโอ บาโลเตลลี่ สปีดหนี บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ไปแตะหลบ ปีเตอร์ เช็ก ก่อนแปบอลนิ่มๆเข้าสู่ก้นตาข่ายโล่งโจ้งง่ายดาย
        
ถัดมาอีก 10 นาทีจ่าฝูงของลีก น่าหนีห่างเหลือเกินจากความผิดพลาดของ แอชลี่ย์ โคล เปิดบอลถูกแดนกลางของ ซิตี้ ตัดบอลจ่ายมาให้ อเกวโร่ ติดเครื่องลากบอลหนีมาล็อกหลบ โคล ในจังหวะสุดท้าย แต่กลับอัดบอลระยะ 12 หลาเฉียดหลุดเสาแรกน่าเสียดาย
        
จังหวะต่อมา เชลซี หวิดเสียจุดโทษจากจังหวะที่ โชเซ่ โบซิงวา ไปเกี่ยวขา ดาบิด ซิลบา ล้มลงในเขตโทษ แต่  มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก  ผู้ตัดสินมองว่าดาวเตะสแปนิชล้มง่ายเกินไป
        
นาที 25 เจ้าบ้านน่าตีเสมอสำเร็จ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา ได้บอลหลุดเข้าไปสับไกในเขตโทษติดเซฟ โจ ฮาร์ท ตัดสินใจปัดบอลทิ้งออกหลังไปได้สวย
        
กระทั่งนาที 34 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้มาเฮสนั่นกันลั่นสนาม แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ กระชากขึ้นมาหลอกล่อ กาแอล กลิชี่ จนหลงและโยนเข้ากลางมาจุดนัดให้ ราอูล เมยเรเลส กระโดดยิงปิดบัญชีผ่านมือ ฮาร์ท เข้าไปไม่เหลือ เชลซี ตีเสมอเป็น 1-1
        
เกมกลับมาสนุกคูคี่สูสีกันอีกครั้ง นาทีสุดท้ายก่อนจบครึ่งแรก บาโลเตลลี่ ดีดสาดบอลจากริมเส้นเข้ามาให้ อเกวโร่ ฮาล์ฟวอลเลย์ตามน้ำติดเซฟ เช็ก ที่ปิดมุมเสาแรกเอาไว้พอดิบพอดี จบ 45 นาทีแรกสกอร์บอร์ดหยุดอยู่ที่ 1-1 
        
เขี่ยบอลเริ่มครึ่งหลังมา 3 นาที “สิงโตน้ำเงินคราม” หวิดแซงนำ ฆวน มานูเอล มาต้า พลิ้วมาเปิดบอลให้ สเตอร์ริดจ์ เก็บบอลลงและลากเข้าไปซัดเหินข้ามคานน่าเสียดาย
    
นาที 53 แมนฯ ซิตี้ รอดพ้นการเหลือผู้เล่น 10 คนไปอย่างโชคดีอย่างยิ่ง เมื่อ แว็งซ็องต์ ก็องปานี ที่มีใบเหลืองติดตัวอยู่แล้ว วิ่งตามมาอัด ฆวน มานูเอล มาต้า จนคว่ำดื้อๆ แต่ แคล็ตเทนเบิร์ก ยังใจดีเป่าเป็นแค่การฟาวล์เท่านั้น
        
จนนาที 58 เรือใบสีฟ้า ก็มาเหลือผู้เล่น 10 คนในสนามจนได้ ดร็อกบา ดีดบอลเร็วต่อให้ รามิเรส กำลังจะหลุดเข้าเขตโทษ แต่ดันถูก กาแอล กลิชี่ เสียบสกัดล้มลง ครั้งนี้ แคล็ตเทนเบิร์ก ไม่ลังเลชูใบเหลือง-แดงไล่แบ็กซ้ายฝรั่งเศสออกจากสนามไปทันที และจากลูกฟรีคิก ดร็อกบา ยิงผ่านกำแพงหลุดกรอบออกไปไกล
        
รูปเกมเป็นของ เชลซี เต็มตัวทันที แต่นาที 68 หวิดมาโดนจ่าฝูงยิงส่องนำอีกครั้ง มาริโอ บาโลเตลลี่ ลงมาล้วงบอลและซัดไกลระยะ 30 กว่าหลา เดือดร้อนให้ ปีเตอร์ เช็ก ต้องออกแรงตามไปตะครุบรับบอลเอาไว้
        
แต่แล้ว นาที 82 ทีมสิงโตน้ำเงินคราม ก็มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อ แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ พยามยามยิงในกรอบเขตโทษ และเป็นโจลีออน เลสค็อตต์ กระโดดบล็อกแต่บอลไปโดนมือพอดี และมาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก ไม่รังเลที่จะให้จุดโทษทันที ก่อนเป็น แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่เพิ่งเปลี่ยนตัวลงมาแทนราอูล เมยเรเลส ซัดเต็มแรงกลางประตูไม่เหลือ เชลซีขึ้นนำ 2-1
    
จากนั้นช่วงเวลาที่เหลือเกมก็ยังเป็นของเจ้าถิ่นส่วนใหญ่ จบเกม เชลซี เปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ไป 2-1 และเป็นการปราชัยเกมแรกของทีมเรือใบสีฟ้าด้วย โดยเชลซี เก็บเพิ่มเป็น 31 คะแนน แซงสเปอร์ส ขึ้นไปอยู่ที่ 3 ด้วยประตูได้ที่ดีกว่า ส่วนแมนฯ ซิตี้ ยังคงรั้งจ่าฝูงต่อไป มี 38 แต้ม ห่าง แมนฯ ยูไนเต็ด เพียง 2 คะแนนเท่านั้น

รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม

 เชลซี : ปีเตอร์ เช็ก – โชเซ่ โบซิงวา, บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, จอห์น เทอร์รี่, แอชลี่ย์ โคล – โอริโอล โรเมว, รามิเรส, ราอูล เมยเรเลส (แฟร้งค์ แลมพาร์ด น.73) – แดเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ (จอห์น โอบี มิเคล น.88), ดิดิเยร์ ดร็อกบา, ฆวน มานูเอล มาต้า (ฟลอร็องต์ มาลูด้า น.84)

สำรองไม่ได้ใช้ : รอส เทิร์นบูลล์, เปาโล แฟร์เรยร่า, ซาโลมง กาลู, เฟร์นานโด ตอร์เรส 

แมนฯ ซิตี้ : โจ ฮาร์ท – ปาโบล ซาบาเลต้า, แว็งซ็องต์ ก็องปานี, โจลีออน เลสค็อตต์ (เอดิน เชโก้ น.85), กาแอล กลิชี่ – ยาย่า ตูเร่, แกเร็ธ แบร์รี่, เจมส์ มิลเนอร์ – ดาบิด ซิลบา (ไนเจล เดอ ยองก์ น.75), เซร์คิโอ อเกวโร่ (โคโล่ ตูเร่ น.64), มาริโอ บาโลเตลลี่

 สำรองไม่ได้ใช้ : คอสเตล ปันติลิมอน, ซามีร์ นาสรี่, สเตฟาน ซาวิช, อดัม จอห์นสัน 

ผู้ตัดสิน : มาร์ค แคล็ตเทนเบิร์ก

ที่มา สยามกีฬา

ภาพ Getty Images

ข่าวอื่นที่น่าสนใจ :

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>